รายละเอียด:
สีผึ้งเทียนมัทรี สุดยอดของสีผึ้งเสน่ห์แรงๆป้ายแล้วต้องรับผิดชอบ พ่อครูศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ
แรงกว่าน้ำมันพราย
อย่าคิดแม้แต่จะนำไปป้าย !!!!!
เกริ่นหัวข้อไว้ มีของดีที่เรียกได้ว่า....
ดีสุดยอดกว่าสีผึ้งอื่นๆเป็นไหน ๆของดีแห่งยุค
สีผึ้งมัทรี

พ่อครูศิริพงศ์ แห่งเรือนพ่อครูพระภรตมุนี
เป็นสีผึ้งที่จัดสร้างและปลุกเสกในคือเพ็ญเดือนสิบสองปี ๒๕๕๔




สีผึ้ง ถือเป็นเครื่องรางของขลัง อย่างหนึ่งที่นิยมในหมู่นักเลงเจ้าชู้
และผู้ปรารถนาความเป็นที่รัก การสร้างสีผึ้งอาจมีวิธีมากมายหลายตำรา
ทั้งศาสตร์ขาวและดำ
แต่...มีสีผึ้งอย่างหนึ่งที่เนื่องในพระพุทธคุณ
และอำนาจแห่งไสยะฝ่ายขาว
สีผึ้งชนิดนั้นเขาเรียกว่า สีผึ้งมัทรี
การทำสีผึ้งมัทรีนั้น ต้องอาศัยเทียนขี้ผึ้งแท้ ที่จุดในการเทศน์กัณฑ์มัทรี น้ำตาเทียน
ที่ได้จากการเทศฑ์กัณฑ์นี้ถือว่าขลังยิ่งนักในเรื่องเสน่ห์เมตตามหานิยม
สีผึ้งเทียนมัทรี พระอาจารย์ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ นี้ผู้ที่นำไปใช้
ได้บอกกล่าวกันว่าได้ผลเกินร้อยจริงๆโดยเฉพาะการเจรจาค้าขาย
พูดจานี้เห็นผลชะงัก เมื่อใครนำไปใช้ก็มีแต่คนรักคนชอบ
นำพาโชคลาภให้แก่ผู้ใช้ โดยเฉพาะพ่อค้าแม่ค้า
ย่านสะพานเหล็กและฝั่งธน
ประสบการณ์ที่บอกนี้การันตีล้านเปอร์เซ็นต์
ไม่ได้โม้แน่นอน
วิชาสีผึ้งมัทรีนั้น ดีเยี่ยมยิ่งกว่า
น้ำมันพรายเป็นไหนๆ
เพราะน้ำมันพราย อาศัยอำนาจ
ผีตายโหง มาควบคุมจิตใจให้ผู้อื่น
เป็นบ้าหรือลุ่มหลงงมงาย
แต่สำหรับสีผึ้งมัทรีนั้นอาศัลคุณพระ คุณบิดามารดาครูบาอาจารย์ อาศัยพลัง
จากเทพเทวดาที่ดลความรัก ความปรารถนาโชคลาภให้เกิดขึ้นด้วยแรงครู
ไม่ทำผลเสียผลร้ายแก่ผู้ครอบครองและผู้อื่น สีผึ้งมัทรีนี้มีฤทธิ์ทางจิตใจ
ทำให้รักใคร่บังเกิดเมตตามหานิยม ใครเขาเห็นหน้าก็รักจากไปก็อาลัย
เจรจาสิ่งใดก็น่าเชื่อถือ เข้ามาอุดหนุนแล้วก็อยากวนเวียนมาอีก
ทั้งหมดเป็นไปด้วยแรงเมตตา จากอานิสงค์แห่งการเทศน์กัณฑ์มัทรี
ซึ่งทุกวันนี้ใครจะทำได้ ผู้จะรับไปนั้นต้องมีคุณธรรม จิตใจต้องมีเมตตาเกื้อกูล
ต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลายได้ จึงนับว่ามีคุณธรรมรอง
รับกับยอดของเมตตามหาเสน่ห์มหานิยมอย่างสีผึ้งมัทรี
นำไปใช้รับรองได้ผลร้อยเปอร์เซ็นต์
บทความของพ่อครูพระอาจารย์ ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ..
สีผึ้งที่ได้จากน้ำตาเทียนบูชากัณฑ์เทศน์มัทรี สามารถอธิษฐานให้บังเกิดความเมตตา
ได้สมปรารถนา ซึ่งก็แล้วแต่ผู้ใช้จะตั้งจิตไปในทิศทางใด
ความเห็นส่วนตัวของพ่อคิดว่า ควรอธิษฐานเพื่อความสุขสำเร็จให้เกิด
แก่ตนและคนใกล้ชิด ที่ไม่เกิดการเบียดเบียนให้ใครต้องได้รับทุกข์จากการ
อธิษฐานนั้น จึงจะเป็นผลที่บริสุทธิ์ปราศจากมลทิน เหมือนจิตใจของพระนางมัทรี
ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความจงรักภักดีต่อพระราชสวามี
และมีความรักอันแสนบริสุทธิ์ให้ลูกทั้งสอง
มีเรื่องจริงจะเล่าให้ฟังหนึ่งเรื่อง เรื่องนี้พระอุปัชฌาย์ของพ่อเล่าให้ฟังก่อน
จะสอนวิชา ทำสีผึ้งให้พ่อ ท่านเมตตาเล่าให้ฟังว่า ท่านเป็นฅนบางวัว
เป็นศิษย์หลวงพ่อดิ่ง ผู้เก่งกล้าสามารถมีวิทยาอาคมขลัง ครั้งหนึ่งท่านทำ
สีผึ้งแจกให้ศิษย์ใกล้ชิดนำไปใช้ ลูกศิษย์บางฅนของท่านนำไปป้ายผู้หญิง
ทำให้หญิงนั้นต้องตกมาเป็นภรรยาโดยที่มิได้รักใคร่กันมาก่อน
ต่อมาไม่ช้าไม่นานเกิดเหตุการณ์สมคำโบราณว่าไว้กับหลวงพ่อดิ่ง คำนั้นคือ
"เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง กระดูกแขวนคอ" หลานสาวห่าง ๆ ของหลวงพ่อดิ่ง
เอง ถูกสีผึ้งที่สร้างโดยตัวหลวงพ่อดิ่ง เป็นเหตุทำให้หลวงพ่อดิ่ง
เรียกสีผึ้งทั้งหมดที่ทำแจกไปกลับมาถ่วงน้ำ
รู้ไหม ทำไม นำสีผึ้งไปป้ายผู้หญิงให้หลงรักยอมทอดกายให้จึงเป็นเรื่องบาป
คำตอบคือ หญิงนั้นไม่เคยทำกรรมร่วมกับผู้ที่ป้ายสีผึ้ง แต่ต้องมาทนใช้ชีวิตร่วมด้วย
ถือว่าเป็นการฝืนวิถีแห่งกรรมเพราะผู้หญิงฅนนั้นอาจจะทำกรรมร่วมกับฅนอื่น
ไว้ก็ได้ แต่ชีวิตของเขาต้องหักเหเปลี่ยนเส้นทางดำเนินชีวิตตามวิถี
ของการกระทำที่ได้ กระทำไว้ ตรงนี้แหละคือบาป
เพราะฉะนั้นจะทำอะไรคิดให้ดี อย่าลืมเราไม่ได้มีชีวิตตัวฅนเดียว เรามีแม่ พี่สาว
น้องสาว ภรรยา และ ลูกสาว ผลของการกระทำที่เห็นแก่ได้อาจตกถึงบุคคลดังกล่าว
เมื่อความสูญเสียทุกข์ระทมใจเกิดขึ้นกับตน จะไปโกรธโทษใคร
ที่พ่อลงท้าย สวัสดี ว่า ลูกสาวใครไม่ว่า เว้นเมียเขาก็แล้วกัน นั้น
เป็นสำนวนที่ดินสอพาไป เพราะใจต้องการให้เกิดเป็นความบันเทิงกับผู้อ่าน
สวัสดี คอกูไม่ได้มีไว้แขวนกระดูกของใคร
ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ
๑๑ กันยายน ๒๕๕๔
............................................................................

เทศน์มหาชาติวันนี้ตั้งใจสนองความอยาก
ของบางฅนบนเรือนสักหน่อย หลังลงโบสถ์ทำวัตรตอนตีสามครึ่ง
แล้วนำเทียนสีผึ้งแท้ ๑ คู่ น้ำสะอาด ๒ ขวด
ตั้งในขันเงินเปียกทอง รองด้วยพานมงคล ๘ ประการ เขียนยันต์โสฬสมหามงคล
ยันต์วิเศษตำรับหลวงปู่เฒ่ายิ้มแห่งวัดหนองบัวกาญจนบุรี
และยันต์อิติปิโสใส่กระดาษขาวรวม ๔ ชุด ห่อขันแล้วพันด้วยสายสิญจน์
ชักขึ้นธรรมมาสน์ ถวายองค์แสดงคาถาพันจบแล้วเก็บ ขึ้นเรือน
เวลา ๑๕.๐๐ นาฬิกาจะนำเทียนสีผึ้งแท้คู่นี้ขึ้นจุดบูชาธรรมในกัณฑ์มัทรี

กัณฑ์ที่ ๙ ๙๐ พระคาถา โบราณาจารย์ท่านกล่าวว่าสีผึ้งที่จะนำมาหุง
ให้เป็นเสน่หาเมตตาพาร่ำรวยนั้น ต้องได้จากน้ำตาเทียนที่จุดบูชาธรรม
ในกัณฑ์มัทรีจึงจะเต็มสูตรนำมาเคี่ยว กับยอดรักซ้อนและยอดสวาทด้วยไฟจากฟืนไม้รักไม้สวาท
หลังได้เทียนมัทรีแล้วอย่างอื่นไม่ยากเพราะเครื่องอาถรรพ์เช่น รัก และสวาทปลูกอยู่บนเรือนพระภรตมุนีนั่นเอง
ที่สุดอยู่ที่ผู้ใช้เองว่าจะอธิษฐานไปในทิศทางใด
สำหรับพ่อขอเรื่องเดียวเรื่องของที่มีเจ้าของเท่านั้น
ทำไมเทียนมัทรีจึงขลังนักขลังหนาไม่ต้องอธิบายขยายความเพราะผู้ทรงภูมิวิชา
มีมากมายใช้ปัญญาไตร่ตรองย่อมรู้แจ้งด้วยใจตน จนหมดข้อกังขาแน่นอน
สวัสดี ทีนี้แหละมึงลูกสาวใครไม่ว่า เว้นเมียเขาก็แล้วกัน
ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ
๑๐ กันยายน ๒๕๕๔

ป.ล. ขันเงินเปียกทองนั้นเป็นลายเถาวัลย์พันเกี่ยวด้วยนะจะบอกให้
................................................................................
พ่อครูพระอาจารย์ศิริพงศ์ ครุพันธ์กิจ เคยบอกไว้ว่า
"สีผึ้งที่ได้จากน้ำตาเทียนบูชากัณฑ์เทศน์มัทรี
สามารถอธิษฐานให้บังเกิดความเมตตาได้สมปรารถนา
ซึ่งก็แล้วแต่ผู้ใช้จะตั้งจิตไปในทิศทางใด"
สำหรับสีผึ้งเทียนมัทรีนี้อาจไม่เเหมือนกับสีผึ้งทั่วไป
ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเสน่เมตตาอย่างเดียว
แต่ทุกท่านที่ได้ไปสามารถอธิษฐานตั้งจิตไปในทิศทางใด
ที่ต้องการให้สมปราถนาก็ได้ครับ
แรงไม่แรง ท่านอาจารย์อ้วน ท่านยังใช้เลยครับ
สีผึ้งมัทรี คือของดีเปรียบได้ดั่งแก้วสารพัดนึก
ที่สำเร็จด้วยมนต์ขาวแต่มีมหิทธานุภาพมากกว่า
น้ำมันพรายผี เสียด้วยซ้ำไม่ต้องมากังวล มาห่วง
ว่ามีผีพรายตามไหม ใช้แล้วมีแต่ดีกับดี...

สีผึ้งเทียนมัทรีมาจารที่ฝาตลับด้วยนะมหาเสน่ห์สายศิลปินบรรจุในตลับขวดแก้ว อย่างดี
( กระซิบนิด แรงเหมือนสีผึ้งเจ็ดร้าน )
ถ้ามั่นใจว่าเป็นแม่ของลูกก็ใช้ได้ครับ ถ้าไม่มันใจ
ให้พกเจรจา สีปากเป็นพอ
เพราะแรงด้วยวิชาและแรงครู ใครก็รู้ว่าพ่อครู
ท่านสร้างพระพิราพได้ขลังและแรง
วัตถุที่ท่านสร้างหายากและมีราคาที่แลกเปลี่ยน
กันแพงหูฉีกหลายต่อหลายรุ่น..
มีคาถากำกับ และวิธีการใช้มอบให้ทุกท่าน...