รายละเอียด:
พญาเต่าเรือนหลังกุมารทอง หลวงปู่ฤาษีลิงใหญ่ นพเก้า รุ่นนี้สร้างน้อยมากๆ เมตตาค้าขายดีชนะศัตรู
จากบันทึกอีกหน้าของอดีต ในบรรดาวัตถุมงคลตลอดจนเครื่องรางต่างๆ ในเมืองไทยและต่างประเทศที่พบเห็นกันมากนั้นก็คือ “พญาเต่าเรือน” ในประเทศจีนมีการบันทึกมานานถึงการคำนวณทางโหราศาตร์หรือการใช้กระดองเต่าในการทำนาย ในเมืองไทยก็พบหลักฐานมากมายของการบูชาพญาเต่าเรือนเพราะด้วยความเป็นมงคลนั้นเอง เมื่อครั้งอดีตตอนที่พระโพธิสัตว์เจ้า เสวยพระชาติเป็นพญาเต่าเรือนคือมีตัวใหญ่อย่างเรือนหรือบ้านเล็กๆ มีนามว่า “มหาจิตรจุล” อาศัยอยู่บนเกาะแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่มาไม่นานเกิดเหตุการณ์พายุเข้าบริเวณเกาะ จึงเป็นเหตุให้เรือสำเภาที่ผ่านบริเวณนั้นอับปางเกาะดังกล่าวมีผู้คนว่ายน้ำหนีตายมาอาศัยที่เกาะเป็นจำนวนมากต่างขาดอาหารและน้ำ ชาวบ้านต่างจึงคิดที่ทำร้ายกันพญาเต่าโพธิสัตว์ ในครั้งนั้นพญาเต่าโพธิสัตว์จึงคิดว่าในเมื่อชาวบ้านต่างเดือดร้อนถึงขนาดต้องคิดฆ่าตัวเราเพื่ออยู่รอด พญาเต่าโพธิสัตว์มีจิตอนุเคราะห์ จึงกลิ้งตัวจากภูเขา หมายที่จะบริจาคทานด้วยเลือดและเนื้อของตน จึงทำให้กระดองแตกตายในที่สุดด้วยอานุภาพแห่งมหาทานอันยิ่งใหญ่ในครั้งนั้น จึงเป็นที่มาของคาถาพญาเต่าเรือนขึ้นคือ “นาสังสิโม” เกจิอาจารย์หรือผู้ศึกษาพระเวทนั้นต้องศึกษาเป็นปฐมบททั้งสิ้นด้วยเหตุที่พระคาถานี้มีอานุภาพมากสามารถลบเลือนความต่างๆได้นั้นเอง เกจิอาจารย์ต่างๆในอดีตจึงมีการสักยันต์ตามตัวและทำเครื่องรางเพื่อไว้ใช้ ด้วยเหตุที่ว่าสารพัดใช้ ตามอธิษฐาน วิเศษนักเป็นได้ทุกอย่าง เช่นทำให้มีโชคลาภ เงินทองหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ค้าขายจะเจริญก้าวหน้า มีภัยจะทำให้ปลอดภัยไม่ถึงตัว คำว่าอดจะไม่มี เป็นมงคลแก่ผู้บูชายิ่งนัก
ตามหลักฐานที่พบที่มีมาแต่โบราณการทำเครื่องรางพญาเต่าเรือน ต้องเดิมทีนิยมใช้กระดองเต่าตายซากหรือตายเองซึ่งถือเป็นหลักโดยห้ามฆ่า เกจิอาจารย์ผู้เรื่องเวทจะลงอักขระต่างๆที่กระดองเต่า ได้แก่อักขระหัวใจพญาเต่าเรือนที่ด้านล้างและอักขระพระเจ้าห้าพระองค์ที่ด้านบน ตามด้วยหัวใจ “นาสังสิโม” จากนั้นนำไปปลุกเสกเมื่อปลุกเสกแล้วให้เอาไปปิดทองจึงเป็นที่มาของ “พญาเต่าทอง” ซึ่งเป็นของหายากมีความสำคัญประจำบ้าน เรือน และป้องกันภัยพิบัติอันตรายทุกประการจากโจรภัย วาตภัย อัคคีภัย ฯ
ด้วยเหตุที่กระดองเต่าที่ตายซากหรือตายเองหาไม่ได้เกจิอาจารย์ในอดีตจึงใช้วิธีเขียนอักขระบนแผ่นโลหะหรือผ้ายันต์เป็นรูป “พญาเต่าเรือน” แล้วนำมาปลุกเสกอีกครั้งพญาเต่าเรือนนี้ก็มีพระเกจิอาจารย์หลาย ท่านที่มีชื่อเสียงในอดีตจัดสร้างขึ้นจนนำรูปยันต์มาปั๊มโลหะทำเป็นเหรียญติดตัวซึ่งปรากฏปาฏิหาริย์ต่างๆมากมาย
จากข้างต้นที่กล่าวมาความนิยมในพญาเต่าเรือน ในวงการพระเครื่องคงหนีไม่พ้นพระเกจิอาจารย์ที่ไม่มีใครไม่รู้จักหลวงปู่หลิว ปณฺณโก เทพเจ้าพญาเต่าเรือน วัดไร่แตงทอง อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ท่านเป็นพระเถระที่เป็นที่กล่าวขานกันมากในคุณงามความดีของท่านที่สร้างไว้ซึ่งเป็นที่มาของความเจริญรุ่งเรือง วัตถุมงคลที่ท่านสร้างมีหลายประเภท แต่ในการสร้างเหรียญ “พญาเต่าเรือน” ของท่านเป็นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและมีจำนวนสร้างรุ่นเยอะที่สุดของเหรียญพญาเต่าเรือนก็ว่าได้ การสร้างเหรียญมีด้วยกันหลายรุ่นทุกรุ่นมีปาฏิหาริย์มาแล้วทั้งนั้นต่างชาติเองก็ยังต้องแสวงหาเหรียญพญาเต่าเรือนของหลวงปู่หลิว ซึ่งเป็นคุณงามความดีที่ท่านเหลือไว้ให้ชนรุ่นหลัง
สร้างมาจากมวลสารศักสิทธิ์มากมาย ขึ้นรูปเป็นพญาเต่าเรือนด้านหลังฝังกุมารทองน้อยน่ารักคอยช่วยเหลือผู้บูชา หลวงปู่ปลุกเสกอย่างเต็มที่ เสกทีละอย่าง อย่างแรกเสกเต่าเรือนจนเกิดนิมิตรเป็นพญาเต่าเรือนสามารถเคลื่อนไหวตัวเองได้ประดุจดังมีชีวิตจริงๆ หลังจากนั้นก็ทำการปลุกเสกเรียกจิตกุมารทอง เสกปราณ ให้เสมือนกุมารมีลมหายใจ ให้ชีวิต ให้บารมีฤทธิ์เดชต่างๆ เป็นกุมารทองสายเทพไม่มีอันตรายต่อผู้บูชามีแต่คุณไม่มีโทษ เก่งกาจช่วยเหลือผู้บูชา(พ่อ-แม่)ทั้งเรื่องค้าขาย เงินไหลมาเทมา ทั้งยังสามารถกระซิบบอกโชคลาภเงินทองบอกลางร้ายบอกเหตุเภทภัยต่างๆได้ ให้ให้โชคลาภซื้อง่ายขายคล่อง ผู้บูชาเต่าเรือนพร้อมกุมารทองนี้จะไม่มีวันอดอยาก มีแต่จะร่ำรวยขึ้นเป็นเศรษฐีใหญ่ในที่สุด